nuhshane Posted September 9, 2005 at 04:49 PM Posted September 9, 2005 at 04:49 PM คุณพี่copy มาจากเวบผู้จัดการหลังจากดู รายการ "เมืองไทยรายสัปดาห์" เสร็จอ่านแล้วขอความกรุณาคิดตามทุกบรรทัดเพราะทุกบรรทัดแฝงไว้ด้วยความหมายโดยนัย พ่อมีความรักอันอบอุ่นให้ลูกเสมอ พ่อไม่เคยเกรี้ยวกราด ด่าทอลูกว่าโง่ เวลาพ่อจะบอกลูกถึงปัญหา พ่อมักมีแง่คิดดีๆ มีนิทานแฝงคติให้ลูกได้นำไปคิดเสมอ ๆ ซึ่งเมื่อลูก ๆ ได้คิด ก็จะเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น พ่อมักเตือนให้ลูก ๆ แปรงฟันก่อนนอนเพื่อฟันจะได้ไม่ผุ แต่ลูก ๆ ก็มักจะคิดได้หลังจากที่ต้องถอนฟันไปซี่แล้วซี่เล่า พ่อมักบอกให้เราซื่อสัตย์ทำงานหนัก เพื่อที่เราจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีตามอัตภาพ พ่อไม่เคยบอกให้เราต้องร่ำรวยเพื่อจะมีความสุข พ่อมักบอกเสมอ ๆ ว่าเรามีความสุขได้ตามอัตภาพโดยไม่ต้องร่ำรวย พ่อที่มีลูก ๆ ของท่าน 60 กว่าล้านคน ไม่เคยคิดที่จะยอมขายลูกของตัวเอง เอาเปรียบลูกของตัวเอง เพื่อฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม้แต่พาหนะเดินทางของพ่อ รองเท้าเก่า ๆ ของพ่อก็ยังคงมัธยัสถ์ทะนุถนอม ใช้ของเดิม ๆ เมื่อชำรุดก็ให้คนเอาไปซ่อม ไม่เคยคิดแม้แต่จะไถเงินจากลูกครั้งละ 40 สตางค์ เพื่อความมั่งคั่งส่วนตัวของพ่อเอง พ่อมักบอกกับลูกเสมอ ๆ ว่าเราต้องก้าวไปพร้อม ๆ กัน ถ้าลูกคนโตสบายอยู่คนเดียว ในขณะที่ลูก ๆ อีก 60 กว่าล้านคนต้องลำบากต้องโดนเอาเปรียบ โดยการเปลี่ยนแปลงพี่น้องให้เป็นทาส มอมเมาพี่น้องด้วยเงินทอง โทรศัพท์มือถือ การพนัน ไม่ถือเป็นการพัฒนา พ่อบอกว่าให้ลูก ๆ เลือกตัวแทนมาทำงาน มาบริหารครอบครัว โดยมีเป้าหมายเพื่อ ความสุขสูงสุดของลูก ๆ ทุกคน ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุด ของครอบครัว แต่เพื่อความสุขสูงสุดของครอบครัว ภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่มากมาย ทั้งภายในบ้าน และรอบ ๆ บ้าน แต่มีลูกที่ดื้อรั้น หยิ่งผยองอวดดี ที่บังเอิญสวมหนังลูกแกะ และคุณธรรม คิดวัดรอยเท้าพ่อ ใช้พี่น้องคนอื่น ๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือบางคนก็รู้และสมยอมเพราะพี่ชายคนโตมีท่าไม้ตายคือ เงินฟาดหัว จากลูก ๆ ที่เป็นแกะดำเพียงไม่กี่คน ลัทธิรวยแล้วโก้ รวยแล้วเท่ห์ รวยแล้วกร่าง ก็เริ่มแพร่หลายในสังคม จากลูกแกะเซื่อง ๆ ที่มาจากศรัทธาของพี่น้อง ไหว้แม้แต่พี่น้องที่อาศัยอยู่ข้างถนน กลายเป็นคนใจร้อนกำแหง เกรี้ยวกราดกับทุกคน จากคนเดิม ๆ ที่พ่อยอมให้เข้ามาบริหารครอบครัวแม้มีความไม่โปร่งใสเรื่องทรัพย์สิน จากผู้นอบน้อม กลายเป็นศาสดาซึ่งมอบความกลัว ความเกลียดชัง การหลบหลู่และข้อกล่าวหาว่าโง่ แก่พี่น้องทุกคนที่เห็นตรงกันข้าม กลายเป็นศาสดาที่กำแหงถึงขนาดกล้าชี้ผิดชี้ถูก รุกคืบในสิทธิมนุษยชนของพี่น้องคนอื่น ๆ เข้าไปถึงในความคิด ในวิถีชีวิตของพี่น้องอีก 60 ล้านคน จากผู้ที่ดูเหมือนจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง กลายเป็นบุคคลปริศนาที่ไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ กลัวการตอบคำถาม และยึดครองสมบัติของครอบครัวเป็นของตนแต่ผู้เดียว พ่อบอกว่าพ่อเกลียดคนโกง ลูกแกะหลงทางบอกว่า ไม่ต้องตรวจสอบผมรับประกัน ผมใหญ่ที่สุดแล้วในครอบครัว ถ้าใครมีปัญหาระวังจะไม่มีงานทำ พ่อบอกว่านี้คือลูกที่ดีของฉัน ลูกชายผู้หลงผิดบอกว่าต้องขับออกจากพรรค พ่อบอกว่าเราควรมีเศรษฐกิจแบบพอเพียง พวกลูกแกะหลงทางกลับบอกว่า จะเอาอะไรกินเราไปอยู่กระต๊อบกันดีไหมพวกโง่ทั้งหลาย พ่อบอกว่าเราต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน ลูกแกะหลงทาง ขายสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อทำกำไรแก่คณะตนเอง รวมไปถึงการจัดตั้งกองกำลังคุ้มกันบ้าน ลูกแกะหลงทางกล่าวกำแหง ผมจะเอาคนนี้ใครก็เปลี่ยนไม่ได้ เพราะพ่อต้องอยู่ใต้กฎบ้าน ลูกแกะคนโตยังหลงทางต่อไป...ต่อไป..และต่อไป ลูก ๆ ทั้งหลาย ตื่นเถิด ตาสว่างได้แล้ว ชีวิตนี้ของพวกท่านเป็นของพ่อโดยไม่ต้องมีกฎใด ๆ มารองรับ... กราบแทบเท้าพ่อของแผ่นดิน ขอจงทรงพระเจริญ ปล.สงสัยในข้อความไหนให้ทิ้งคำถามไว้เดี๋ยวพี่ปอมกับพี่จะมาตอบ Quote
nattongtep Posted September 10, 2005 at 12:55 AM Posted September 10, 2005 at 12:55 AM ลึกซึ้งกินใจ...ขอบคุณครับ Quote
pom Posted September 10, 2005 at 12:18 PM Posted September 10, 2005 at 12:18 PM มันซึ้งตรงไหนเนี่ยคะพี่นัท!!!!มันด่าได้เจ็บแสบ เหน็บได้เจ็บปวดแซ่บกว่าฟักทองแกงบวช กระเทาะกรวดทรายที่พยายามจะหลอมให้ได้เพชรดีแท้แต่สุดท้ายก็ได้แค่แก้ว ตกก็แตก บาดมือเลือดออกอีก หึ หึ Quote
nuhshane Posted September 10, 2005 at 04:35 PM Author Posted September 10, 2005 at 04:35 PM พี่นัทเค้าคงซึ้งในความลำบากพระทัยขององค์พ่อหลวงน่ะฮ่ะที่ไอ้ลูชายคนโตมันคิดว่าแน่ จะวัดรอยเท้าพ่ออ้อ บทความนี้กำลังฮือฮามากในพันธุ์ทิพย์ มีทั้งด่าและชม ตาสนธิพวกที่ชมก็ส่วนหนึ่งพวกที่ด่าก็หาว่า พ่อหลวงไม่ได้พูดเอง แต่เอาพระราชดำรัสมาสรุปเองมั่วเองบ้างหาว่านำสถาบันเบื้อสูงมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง อันนี้พี่ไม่สนนะว่าจะเป็นอย่างไรแต่ข้อความในบทความนี้ พี่รู้สึกมานานแล้ว นานก่อนที่บทความนี้จะออกเป็นปีๆอ่านข่าวเวลาท่านพระราชทานพระราชดำรัสมาทีไรก็ให้ มีความรู้สึกว่า ท่านกำลัง "เตือน" ใครบางคนอยู่แต่คนๆนั้น พี่ว่าเค้ารู้อยู่แก่ใจ แต่เค้าไม่สน เพราะ 19 ล้านเสียง ให้อำนาจที่แทบจะเด็ดขาดในสภา มาให้แก่เขาแล้ว ทีนี้เขาจะทำอะไรก็ได้ โดยยก19ล้านเสียงนั้นมาอ้างว่าเค้าทำตามมติเสียงส่วนใหญ่ของประเทศพี่อาจจะผิดก็ได้แต่พี่รู้สึกจริงๆว่าพ่อหลวงท่าน ทรงเตือน "ลูกคนโต" มาหลายครั้งแล้วตรงกับบทความนั้นในหลายๆข้อเลย Quote
pom Posted September 10, 2005 at 04:43 PM Posted September 10, 2005 at 04:43 PM ต๊าย สนธิ ลิ้มทองกุลเขียนหรอคะมิน่า แรงได้ใจ Quote
Recommended Posts
Join the conversation
You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.