wotdaheck Posted February 13, 2006 at 10:43 PM Posted February 13, 2006 at 10:43 PM หลังจากที่น้องๆ บางคนขอมาให้แปลเพลงที่เหลือ เมื่อคืนเลยนั่งอ่านๆ แปลๆ แบบเร็วๆ ตามเคย เอาแค่สิบเพลงก่อนนะครับ ข้าพเจ้าขี้เกียจละ ที่เหลือจะตามมาในเร็ววันนะครับ 1 Le Ballet Ça t'arrive sans crier gareAu milieu d'une heure incolore มันเริ่มขึ้นโดยไม่มีการกล่าวนำท่ามกลางช่วงเวลาอันมืดมิด Un geste, une odeur, un regardQui comme déchire ton décor ท่าทาง กลิ่นรส สายตาทั้งหมดเหมือนกระชากสิ่งที่ตกแต่งชีวิตคุณออก Tout à coup ce coeur qui t'avait presque oubliéSe pointe à ta porte et se remet à cogner แต่ทันใดนั้น หัวใจของคุณซึ่งเกือบลืมคุณไปแล้วได้มาอยู่ที่หน้าประตู และเริ่มเคาะเรียกคุณอีกครั้ง Attention, le ballet va commencer ระวังให้ดี การแสดงบัลเลต์จะเริ่มขึ้นแล้ว Tu comprends pas trop c'qui t'arriveTu crois d'abord à une erreur คุณไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไหร่คุณเชื่อว่ามันคือความผิดพลาด Tu l'évites et lui te devineEntre le désir et la peur คุณพยายามหลีกเลี่ยงมัน แต่มันกลับคาดเดาคุณได้บนทางระหว่างความปรารถนาและความหวาดกลัว Tu t'entends lui dire des phrases sans aucun sensQu'importe les mots n'ont plus d'importance คุณได้ยินเสียงตัวคุณเองพูดสิ่งที่ไร้ซึ่งความหมายไม่ว่าถ้อยคำใด ก็ดูไม่สำคัญ Car le ballet a commencé เพราะการแสดงบัลเลต์ ได้เริ่มขึ้นแล้ว Il met ses plus beaux atours et du miel sur sa voixToi tu te fais velours et tes bijoux brillent sur toiIl te dit poèmes et rêves de lointains voyagesTu réponds Florence, peinture, impeccables images การแสดงเต็มไปด้วยถ้อยคำอันแสนหวานดุจน้ำผึ้งตัวคุณอยู่ในชุดกำมะหยี่และเพชรพลอยประดับเต็มตัวเรื่องราวการแสดงมีทั้งบทกวี ทั้งความฝัน ทั้งการเดินทางสู่ดินแดนไกลโพ้นคุณมีความรู้สึกต่อการแสดงว่ามันช่างเหมือนภาพวาด ภาพพจน์อันสง่างาม Dames et cavaliers, avancez เลดี้และอัศวินทั้งหลาย ขอเชิญก้าวออกมา Un coup d'oeil à son dos, ses hanches, quand s'efface le galantinUn regard quand elle se penche et laisse deviner un seinElle sait dejà ses mains, les contours de sa boucheLe cambré de ses reins, qu'elle a noté en douce สายตาที่จับจ้องไปยังส่วนหลังของนักแสดงสายตาที่จับจ้องไปในเวลาที่นักแสดงกำลังก้มตัวลง และเห็นส่วนหน้าอกหล่อนเองก็รเคยได้รับรู้ถึงความรู้สึกจากมือของเขา ได้เคยลิ้มรสริมฝีปากและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ที่หล่อนยังจำได้ Car le ballet va s'animer เพราะการแสดงกำลังจะเข้มข้นขึ้นแล้ว Il a su les codes et donné les bons mots de passeEncore un peu d'alcool et que tombent les cuirassesLivrées les clés des corps enfin les peaux s'embrassentEt le temps s'arrête tant que dure la grâce เขารู้ดีว่ากติกาคืออะไรและต้องทำยังไงดื่มอีกซักนิดและอุปสรรค์ก็เป็นอันพังไปกุญแจแห่งร่างกายนำไปสู่การจุมพิศบนผิวพรรณในที่สุดและเวลาก็หยุดนิ่ง ในขณะที่ความงดงามดำเนินต่อไป Car le ballet, est bientôt terminéเพราะการแสดงกำลังจะจบลงแล้ว Et la vraie vie, va commencerEt oui - la vraie vie -และชีวิตจริงกำลังจะเริ่มขึ้นใช่แล้ว ชีวิตจริง 2 Contre Nature Et on a éteint notre lumièreCelle qui nous guidait encore hierAlors, je voudrais te direTu peux rester d'un amour si grandQu'une étincelle qui défie le tempsEt puis, je voudrais te dire และแล้วเราก็ได้ดับแสงที่เคยส่องนำทางของเราเมื่อวันวานลงไปเพราะฉนั้น ตอนนี้ฉันอยากจะบอกเธอไว้ว่าเธอยังสามารถยึดติดอยู่กับความรักอันมั่นคงได้ความรักที่แม้เวลาก็ไม่าจทำให้เปลี่ยนแปลงและ ฉันก็อยากจะบอกเธอว่า Que chaque jour sans toi me fait plus malQue toutes les blessuresQue chaque jour sans toi n'est pas normalC'est contre natureQue chaque jour sans toi me fait plus malQue toute les injuresQue chaque jour sans toi, sans rien de toiC'est... C'est contre nature แต่ละวันที่ไม่มีเธอ มันช่างเจ็บปวดกว่าบาดแผลใดๆแต่ละวันที่ไม่มีเธอมันไม่ใช่เรื่องปกติเลยมันขัดธรรมชาติจริงๆ (หมายถึงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็น)แต่ละวันที่ไม่มีเธอ มันช่างเจ็บปวดกว่าคำพูดเหยียดหยามใดๆแต่ละวันที่ไม่มีเธอ ไม่มีสิ่งใดเลยที่เกี่ยวกับเธอมันช่างเลวร้ายจริงๆ Même si entre nous il y a eu des guerresOn parlait d'amour encore hierAlors, je voudrais te direQue malgré la pluie, l'hiver et les ventsJe n'oublierai pas nos soleils d'avantEt puis, je voudrais te dire แม้ว่าระหว่างเราจะเคยปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้งแต่วันวานเรายังคงบอกรักกันอยู่ดังนั้น ฉันอยากบอกเธอไว้ว่าแม้แต่สายฝน ฤดูอันเหน็บหนาว หรือลมพายุใดๆก็ไม่ทำให้ฉันหลงลืมแสงตะวันที่ส่องนำทางเราเมื่อครั้งก่อนไปได้และ ฉันก็อยากจะบอกเธอว่า Que chaque jour sans toi me fait plus malQue toutes les blessuresQue chaque jour sans toi n'est pas normalC'est contre natureQue chaque jour sans toi me fait plus malQue toute les injuresQue chaque jour sans toi, sans rien de toiC'est... C'est contre natureC'est contre nature แต่ละวันที่ไม่มีเธอ มันช่างเจ็บปวดกว่าบาดแผลใดๆแต่ละวันที่ไม่มีเธอมันไม่ใช่เรื่องปกติเลยมันขัดธรรมชาติจริงๆแต่ละวันที่ไม่มีเธอ มันช่างเจ็บปวดกว่าคำพูดเหยียดหยามใดๆแต่ละวันที่ไม่มีเธอ ไม่มีสิ่งใดเลยที่เกี่ยวกับเธอมันช่างเลวร้ายจริงๆ Chaque jour sans toiC'est contre nature แต่ละวันที่ปราศจากเธอมันช่างเลวร้ายจริงๆ 3 Je Danse Dans Ma Tete L'avenir est planétaireY'a six milliards d'humains sur terreMais chacun vit sa vie en solitaire อนาคตเป็นเรื่องของทั้งโลกบนโลกเรานี้มีคนอาศัยอยู่กว่าหกพันล้านคนแต่ทุกคนต่างมีชีวิตของตนไปคนละแบบ Chacun dans ses habitudesChacun avec ses certitudesEt l'amour est la pire des solitudes แต่ละคนมีความเคยชินต่างกันไปต่างคนต่างเชื่อและความรักก็คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้คนที่โดดเดี่ยว(คือ ไม่มีรักทำให้ทุกข์) Quand l'univers m'indiffèreQuand j'ai plus envie de rien faireQuand ma vie m'endort comme un somnifère ในเมื่อสำหรับชั้นทั้งจักรวาลไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายในเมื่อฉันไม่รู้สึกอยากทำอะไรทั้งสิ้นทั้งปวงในเมื่อชีวิตฉันมันหยุดนิ่งเหมือนกับหลับไหลตลอดเวลา J'ai inventé la formuleQui vaut mieux que toutes les pilulesMême si ça me donne l'aire d'une somnambule ฉันเลยคิดสูตรการใช้ชีวิตของฉันเองขึ้นมาเป็นสิ่งที่ได้ผลกว่ายาใดๆแม้ว่ามันจะทำให้ฉันดูเหมือนเพี้ยนๆ ละเมอๆ ก็ตาม Je de-de-de-danse dans ma têteJe de-de-de-danse dans ma têteJe de-de-de-danse dans ma têteฉันเลยแดนซ์ แดนซ์ แดนซ์ อยู่ในหัวตัวเองคนเดียว Que je sois debout dans le métroQue je sois assise à mon bureauTous les jours les mêmes motsLes mêmes gestes de robot ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ยืนอยู่ในรถไฟใต้ดินไม่ว่าจะเป็นตอนนั่งทำงานทุกวันเป็นไปแบบเดิมๆท่าทีเดิมๆ ที่ดูเหมือนเครื่องจักรกล Y'a d'quoi dev'nir fouEt vous, qu'en pensez-vous?Y'a vraiment d'quoi dev'nir fouMais moi je m'en fous ดูเหมือนบ้า แล้วจะทำไมแล้วคุณล่ะ คิดว่ายังไงก็ถ้าจะบ้า แล้วมันผิดตรงไหนใครจะว่าไง ฉันก็ไม่สนใจ Je de-de-de-danse dans ma têteJe de-de-de-danse dans ma têteJe de-de-de-danse dans ma têteฉันเลยแดนซ์ แดนซ์ แดนซ์ อยู่ในหัวตัวเองคนเดียว Quoi qu'on fasse ou quoi qu'on diseDe partout on nous satelliseOn nous épie, on nous informatise ไม่ว่าเราจะทำอะไร ไม่ว่าเราจะพูดอะไรทุกที่มีแต่คนคอยตามจ้องมีแต่คนคอยตัดสิน มีแต่คนคอยบอกว่าต้องทำยังไง A force de la regarderJe commence à me demanderSi ma télé ne va pas m'avaler เวลาที่ดูทีวีมากๆฉันเองก็ชักเรื่มสงสัยว่าไอ้เจ้าทีวีมันคงไม่ดูดกลืนฉันเข้าไป(คือ ทีวีมันไม่ทำให้เรา active ได้แต่นั่งดูเฉยๆ แล้วก็มีคนเอาข่าวสารข้อมูล เอาความบันเทิงมาให้ ทำให้คนเราไม่พยายามไขว่คว้าทำอะไรด้วยตนเอง) Dehors les néons s'allumentAll right!J'préfère regarder la luneAll night... Étendue nue sur mon litDans la chaleur de la nuit ข้างนอกมีแต่แสงของดวงไฟแน่ล่ะแต่ฉันอยากเห็นแสงจันทร์มากกว่าทั้งคืน ฉันอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเองบนเตียง จะเป็นยังไงก็ไม่สนใครจะว่ายังไง Les sirènes de policeHurlent comme des loupsJe voudrais comme AliceTomber dans un grand trou มีแต่เสียงอึกทึก เสียงหวอตำรวจดังเหมือนกับเสียงเห่าหอนของสัตว์ป่าฉันอยากกลายเป็นเหมือนอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ตกลงไปในที่ที่เป็นไปตามจินตนาการของฉัน Je de-de-de-danse dans ma têteJe de-de-de-danse dans ma têteJe de-de-de-danse dans ma têteฉันเลยแดนซ์ แดนซ์ แดนซ์ อยู่ในหัวตัวเองคนเดียว 4 Le Blues Du Businessman (ความเศร้าของนักธุรกิจ) J'ai du succès dans mes affairesJ'ai du succès dans mes amoursJe change souvent de secrétaire ฉันประสบความสำเร็จทั้งในด้านธุรกิจฉันประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องความรักฉันเปลี่ยนเลขาฯได้บ่อยตามแต่ใจต้องการ J'ai mon bureau en haut d'une tourD'où je vois la ville à l'enversD'où je contrôle mon univers ฉันมีห้องทำงานบนตึกสูงใหญ่ที่ที่ฉันมองออกไปเห็นได้ทั้งเมืองที่ที่ฉันควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉันได้ J'passe la moitié d'ma vie en l'airEntre New York et SingapourJe voyage toujours en première ฉันใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งบนเครื่องบินบนเที่ยวบินระหว่างนิวยอร์คไปสิงค์โปร์และทุกครั้งฉันก็บิน first class J'ai ma résidence secondaireDans tous les Hilton de la terreJ'peux pas supporter la misère ฉันมีบ้านพักตากอากาศส่วนตัวอยู่ในโรงแรมเครือฮิลตันทั่วทุกมุมโลกฉันทนความลำบากไม่ได้ J'suis pas heureux mais j'en ai l'airJ'ai perdu le sens de l'humourDepuis qu' j'ai le sens des affaires ฉันไม่ได้มีความสุขที่แท้จริง แต่ดูเหมือนว่าฉันสุขดีฉันสูญเสียอารมณ์ขันไปนับตั้งแต่เริ่มสนใจงานธุรกิจ J'ai réussi et j'en suis fierAu fond je n'ai qu'un seul regretJ'fais pas c'qu' j'aurais voulu faire ฉันประสบความสำเร็จ และฉันก็ภูมิใจกับมันดีแต่ลึกๆ ในใจ ฉันยังคงเสียดายที่ฉันไม่ได้ทำอะไรที่ฉันฝันไว้ว่าจะทำตั้งแต่แรก J'aurais voulu être un artistePour pouvoir faire mon numéroQuand l'avion se pose sur la pisteÀ Rotterdam ou à Rio ฉันน่าจะอยากเป็นศิลปินเพื่อที่จะได้สร้างสรรค์ผลงานเป็นของตัวเองเวลาที่ไปไหนมาไหนจะได้มีงานไปโชว์ตามที่ต่างๆ J'aurais voulu être un chanteurPour pouvoir crier qui je suisJ'aurais voulu être un auteurPour pouvoir inventer ma vie ฉันน่าจะได้เป็นนักร้องเพื่อที่จะได้กู่ก้องว่าฉันเป็นใครฉันน่าจะอยากเป็นนักเขียนเพื่อที่จะได้สร้างภาพชีวิตของตัวเองให้เป็นไปตามจินตนาการได้ J'aurais voulu être un acteurPour tous les jours changer de peauEt pour pouvoir me trouver beauSur un grand écran en couleurs ฉันน่าจะไปเป็นนักแสดงเพื่อที่ทุกๆ วันจะได้เปลี่ยนแปลงบทบาทไปเรื่อยๆจะได้พบว่าตัวเองงดงามขนาดไหนเวลาที่อยู่หน้าฉากที่เต็มไปด้วยสีสัน J'aurais voulu être un artistePour avoir le monde à refairePour pouvoir être un anachisteEt vivre comme un millionnaire ฉันน่าจะได้เป็นศิลปินเพื่อที่จะได้สร้างโลกส่วนตัวของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามีความสุขกับสิ่งที่ทำนชีวิตความสุขที่เงินตราจะมหาศาลแค่ไหนก็หาซื้อมาไม่ได้ J'aurais voulu être un artistePour pouvoir dire pourquoi j'existe ฉันน่าจะได้ทำอะไรที่สร้างสรรค์เพื่อที่จะทำให้การมีชีวิตอยู่ของฉันนั้นมีความหมายที่แท้จริง 5 Le Loup, La Biche Et La Chevalier (Un Chanson Douce) (หมาป่า กวางน้อย และอัศวิน เพลงอันแผ่วเบา) Une chanson douceQue me chantait ma mamanEn suçant mon pouce,J'écoutais en m'endormant.Cette chanson douceJe veux la chanter pour toi,Car ta peau est douceComme la mousse des bois. เพลงกล่อมอันแผ่วเบาที่แม่ฉันเคยร้องกล่อมให้ฟังในตอนที่ฉันยังเป็นเด็กฉันฟังเพลงนั้นแล้วค่อยๆ หลับไปเพลงอันไพเราะนั้นตอนนี้ฉันอยากร้องกล่อมให้เธอฟังเพราะเธอยังเป็นเด็กช่างบอบบางและน่าถนอม La petite biche est aux aboisDans le bois se cache le loupouh, ouh, ouh, ouh,Mais le brave chevalier passaIl prit la biche dans ses brasla la la la. มีกวางน้อยตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าซึ่งในป่านั้นก็ยังมีหมาป่าอีกตัวอาศัยอยู่แต่วันหนึ่ง มีอัศวินผู้กล้าผ่านมาเขาได้โอบอุ่มเจ้ากวางน้อยนั้นไว้ในอ้อมกอดของเขา La petite bicheCe sera toi si tu veuxLe loup on s'en ficheContre lui nous serons deux. ถ้าเธออยากเป็นเจ้ากวางน้อยตัวนั้นก็ได้ ตามใจเธอส่วนเจ้าหมาป่าร้ายนั่น เราไม่ต้องไปใส่ใจมันเพราะเรามีกันตั้งสองคน สู้มันได้อยู่แล้ว Une chanson doucePour tous les petits enfantsUne chanson douce,Que me chantait ma maman เพลงอันอ่อนโยนนี้มีไว้สำหรับเด็กน้อยทุกคนมันคือเพลงที่แม่ของฉันก็เคยร้องให้ฉันฟัง Ô le joli conte que voilàLa biche en femme se changeala la la laEt dans les bras du beau chevalierBelle princesse elle est restéeA tout jamais. โอ้ เรื่องนี้ช่างเป็นนิทานที่งดงามนักจากนั้นเจ้ากวางน้อยก็กลายร่างเป็นหญิงสาวผู้งดงามและในอ้อมกอดของอัศวินผู้สง่างามนั้นเองเจ้าหญิงผู้เลอโฉมจึงได้พึ่งพิงและเค้าทั้งสองก็อยู่กันอย่างมีความสุข นับตั้งแต่นั้นมา Cette chanson douceJe veux la chanter aussiPour toi, à ma douceJusqu'à la fin de ma vie,Jusqu'à la fin de ma vie... เพลงอันอ่อนหวานเพลงนี้ฉันอยากจะร้องกล่อมให้เธอฟังเพื่อเธอ อันที่รักของฉันตลอดไปตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิตฉัน 6 D'amour Ou D'amitie (ด้วยรัก หรือด้วยมิตรภาพ) Il pense à moiJe le vois, je le sens, je le saisEt son sourire ne ment pas quand il vient me chercherIl aime bien me parler des choses qu'il a vuesDes chemins qu'il a faitsEt de tous ses projets เขาเฝ้าคิดถึงฉันฉันรู้ดี ฉันเห็นเรื่อยมาและรอยยิ้มของเขาไม่เคยโกหกฉัน ทุกครั้งที่เขามากับฉันเขามักพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่เขาพบเจอมาที่ต่างๆ ที่เขาได้ไปมาและสิ่งต่างๆ ที่เขาอยากทำ Je crois pourtant qu'il est seul et qu'il voit d'autres fillesJe ne sais pas ce qu'elles veulent ni les phrases qu'il ditJe ne sais pas oû je suis quelque part dans sa vieSi je compte aujourd'hui plus qu'une autre pour lui ยังไง ฉันก็เชื่อว่าเค้ายังไม่มีใคร แต่บางครั้งฉันก็เชื่อว่าเค้าคบใครอยู่ฉันไม่รู้เลยว่าเวลาที่เขาอยู่กับคนอื่น เขาพูดอะไรทำอะไรกันบ้างและฉันก็ไม่แน่ใจว่าฉันอยู่ส่วนไหนในชีวิตเขาในวันนี้ฉันอาจเป็นแค่คนอื่นสำหรับเขา Il est si près de moi pourtant je ne sais pas comment l'aimerLui seul peut décider qu'on se parle d'amour ou d'amitiéMoi je l'aime et je peux lui offrir ma vieMême s'il ne veut pas de ma vie เขาอยู่ใกล้ฉันเหลือเกินกระนั้นฉันก็ยังไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไงมีแต่เค้าที่ตัดสินได้ว่าระหว่างเราคือรักหรือมิตรภาพแบบเพื่อนตัวฉันเองก็รักเค้าหมดใจและพร้อมที่จะมอบชีวิตให้แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการก็ตาม Je rêve de ses bras oui mais je ne sais pas comment l'aimerIl a l'air d'hésiter entre une histoire d'amour ou d'amitiéEt je suis comme une île en plein océanOn dirait que mon coeur est trop grand ฉันเฝ้าฝันถึงอ้อมกอดของเขา แต่กระนั้นฉันก็ยังไม่แน่ใจว่ารักนี้เป็นเช่นไรเขายังดูลังเลระหว่างรักแบบคู่รัก หรือรักกันฉันเพื่อนและฉันก็รู้สึกปล่าวเปลี่ยวดุจดังเป็นเกาะที่อยู่กลางหมาสมุทรกว้างหัวใจของฉันช่างกว้างแต่ว่างเปล่า Rien à lui dire il sait bien que j'ai tout à donnerRien qu'à sourire à l'attendre à vouloir le gagnerMais qu'elles sont tristes les nuits le temps me paraît longEt je n'ai pas appris à me passer de lui ไม่มีอะไรที่ต้องบอกเขาอีกแล้ว เขารู้ดีทุกอย่างว่าฉันรู้สึกอย่างไรไม่มีอะไรนอกจากรอยยิ้ม นอกจากการรอคอย นอกจากความปรารถนาที่จะได้ครอบครองเค้าแต่ยามค่ำคืนช่างเป็นเวลาที่เศร้าและยาวนานเหลือเกินเพราะฉันเองไม่สามารถขาดเขาได้เลย 7 Mon Ami M'a Quitee Mon ami m'a quittéeJe vous le ditÇa devait arriver à moi aussiJe le voyais rêver d'une autre fille depuis longtemps ที่รักของฉันได้จากไปแล้วฉันรู้ดีว่าวันหนึ่งมันต้องเกิดขึ้นกับฉันเพราะฉันเห็นเค้าเฝ้าฝันถึงหญิงอื่นมาเนิ่นนาน Mon ami est ailleursJe ne sais oùAuprès d'un autre coeurEt loin de nousA cueillir d'autres fleursEt d'autres rendez-vous ที่รักฉันจากไปที่อื่นแล้วและฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจากไปที่ไหนจากไปอยู่ข้างกับใครรู้เพียงว่าจากไปแสนไกลไปในที่ที่เขามีความสุขครั้งใหม่กับใครอื่นที่ไม่ใช่ฉัน Moi je regarde les vaguesDont la mer écrase les rochersEt je voudrais que le calmeVienne habiter ma solitude ฉันได้แต่ยืนมองทะเลยามที่คลื่นสาดซัดโขดหินและฉันหวังไว้ว่าจะได้พบกับความสงบในใจในที่สุด Il m'a quittéeJe vous le ditOui c'est arrivé à moi aussiA force de rêver d'une autre fille depuis longtemps เขาจากไปแล้วฉันรู้ดีใช่แล้ว มันได้เกิดขึ้นแล้วเพราะเขาเฝ้าฝันถึงคนอื่นมานาน Mon ami m'a quitt้eC'est trop facileC'est la fin de l'้t้Soleil fragileLes bateaux sont rang้sPour un meilleur avril ที่รักของฉันได้จากไปแล้วมันช่างง่ายเหลือเกินมันเกิดขึ้นปลายหน้าร้อนแสงแดดอ่อนๆในเดือนที่เรือทั้งหลายจอดอยู่ที่ท่าเฉยๆ (สะท้อนภาพความเหงา) Alors moi je regarde les vaguesDans mon coeur quelquechose a bougéIl était tendre et sauvageEt le voilà qui se raconte และแล้วฉันก็ได้แต่มองดูคลื่นซัดในใจฉันมีบางอย่างเคลื่อนไหว ยังคงคิดถึงเขาไปเรื่อยเขาช่างแสนดีแต่บางทีก็โหดร้ายและนั่นล่ะ เขาที่ฉันกำลังพูดถึง Il m'a quittéeA la fin de l'étéIl m'a quittée เขาทิ้งฉันไปแล้วเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมาเขาจากไปแล้ว Mon ami m'a quittéeJe vous le disOui c'est arrivé à moi aussiJ'ai fini de rêver du moins pour aujourd'hui ที่รักฉันจากไปแล้วฉันอยากบอกไว้ใช่แล้ว มันเกิดข Quote " Let my lusts be my ruin, then, since all else is a fake and a mockery ".
Thailoveceline Posted February 13, 2006 at 11:30 PM Posted February 13, 2006 at 11:30 PM เจ๋ง ขอบคุณมากคะ Quote http://img81.imageshack.us/img81/3638/11dx.png Thailand Gangs2Ñ02Ö12Ó82Ñ62Ô02Ð82Ñ82Ò52Ó82Ð82Ñ52Ò32Ó62Î92Ó82Ò32Õ52Ð82Î92Õ92Ï02Ó32Ó32Ò02Ó72Ò22Õ62Ò72Ö12Ð82Ö12Ò72Ò22Ï22Ó6
taotao Posted February 14, 2006 at 11:17 AM Posted February 14, 2006 at 11:17 AM ขอบคุณมากครับพี่ ถ้าให้ปอมแปลมันจะเป็นไงบ้างนี่ Quote
nattongtep Posted February 14, 2006 at 04:03 PM Posted February 14, 2006 at 04:03 PM หลังจากที่น้องๆ บางคนขอมาให้แปลเพลงที่เหลือ เมื่อคืนเลยนั่งอ่านๆ แปลๆ แบบเร็วๆ ตามเคย เอาแค่สิบเพลงก่อนนะครับ ข้าพเจ้าขี้เกียจละ ที่เหลือจะตามมาในเร็ววันนะครับ ผมเองครับ...ขอบคุณมากๆ ครับ Quote
toknarok Posted February 14, 2006 at 04:25 PM Posted February 14, 2006 at 04:25 PM สุดยอด ขย้าน ขยัน ขอบคุน งับ Quote
wotdaheck Posted February 15, 2006 at 12:33 AM Author Posted February 15, 2006 at 12:33 AM ต่อกันให้จบเลยนะครับ 11 Zora Sourit Une rue les gens passent, les gens comme on les voitJuste un flux, une masse, sans visage, sans voixQuel étrange aujourd'hui, quelquechose, mais quoi?Désobéit, désobéit บนถนนผู้คนทั้งหลายผ่านไปมาผู้คนกลมกลืนกันไปหมด หน้าดูเลือนลาง ปราศจากเสียงวันนี้ช่างแปลกเหลือเกิน มีบางอย่าง แต่มันคืออะไรกันแน่ดูไม่เป็นไปตามที่มันควรเป็นเลย Une rue comme d'autres et le temps se suspendune tache, une faute et soudain tu comprendsImpudence inouïe, insolite, indécentZora sourit, Zora sourit, Zora sourit บนถนนธรรมดาๆ เหมือนถนนสายอื่นๆ และแล้วเวลาก็ดูเหมือนหยุดลงทันใดนั้น คุณก็เริ่มเข้าใจ สายตาคุณเริ่มจับจ้องไปเด็กผู้หญิงคนนั้นช่างร่าเริงอย่างแปลกประหลาดนักและแล้วเธอก็ยิ้มออกมา โซร่าได้ยิ้มออกมาแล้ว Zora sourit, aux trottoirs, aux voitures, aux passantsAu vacarme, aux murs, au mauvais tempsÀ son visage nu sous le ventÀ ses jambes qui dansent en marchantÀ tout ce qui nous semble évidentElle avance et bénit chaque instantZora sourit, Zora sourit, Zora sourit โซร่ามีรอยยิ้ม ให้กับทั้งผู้คนบนทางเท้าและรถราที่ผ่านไปมาเธอยิ้มให้กับเสียงอึกทึก ยิ้มให้กับกำแพง และยังยิ้มแม้อากาศจะเลวร้ายรอยยิ้มบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่แหงนขึ้นเล่นกับสายลมรอยยิ้มขณะที่เดินไปมาพร้อมกับเต้นรำไปด้วยความสนุกสนานรอยยิ้มให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฎเธอวิ่งไปมา พร้อมทั้งตบมืออย่างสนุกสนานตลอดเวลาโซร่าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม Des phrases sur les murs, des regards de traversParfois quelques injures, elle en a rien à faireElle distribue ses sourires, elle en reçoit autantZora sourit, effrontémentZora sourit, insolemment บนกำแพงเต็มไปด้วยตัวหนังสือ สายตาที่มองผ่านไปมาบางครั้งก็มีเสียงตะโกนใส่กัน แต่เธอก็ไม่ได้สะทกสะท้านต่ออะไรเธอยังคงแจกรอยยิ้ม และทุกครั้งเธอก็ได้รับรอยยิ้มกลับมาโซร่ายิ้มให้กับทุกสิ่งอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นโซร่ายิ้มอย่างตั้งใจ Zora sourit pour elle, elle sourit d'être làMais elle sourit pour celles, celles qui sont là-basPour ces femmes, ses soeurs qui ne savent plus sourireAlors, des larmes plein le coeur, des larmes plein la vieZora sourit, Zora sourit, Zora sourit โซร่ายิ้มเพื่อตัวเธอเอง ยิ้มที่ได้อยู่ ณ ตรงนั้นแต่เธอก็ยิ้มให้กับผู้คนแถวนั้นด้วยยิ้มให้กับหญิงสาว พี่น้องทั้งหลาย ที่แทบจะลืมไปแล้วว่ายิ้มจริงใจเป็นอย่างไรเพราะพวกเธอเต็มไปด้วยความเศร้าในใจ เต็มไปด้วยน้ำตาในชีวิตโซร่าจึงยิ้มให้กับพวกเธอทั้งหลาย 12 Destin Y'a pas de voiles aux volets de mes frèresY'a pas d'opale autour de mes doigtsNi cathédrale où cacher mes prièresJuste un peu d'or autour de ma voix ไม่ต้องมีอะไรมาคอยปกปิดสิ่งที่รู้สึกในใจไม่ต้องมีเครื่องประดับใดๆ ทั้งนั้นไม่ต้องมีที่พึ่งพิงทางใจให้คอยวิงวอนมีแค่น้ำเสียงสดใสเต็มไปด้วยพลัง Je vais les routes et je vais les frontièresJe sens, j'écoute, et j'apprends, je voisLe temps s'égoutte au long des fuseaux horairesJe prends, je donne, avais-je le choix? ฉันเลือกเส้นทางของฉัน ไปสู่พรมแดนที่ต้องการฉันรับรู้ รับฟัง เรียนรู้ และเข้าใจเวลาของฉันหมดไปกับการเดินทางในชีวิตฉันเป็นทั้งผู้รับ เป็นทั้งผู้ให้ และไม่ต้องการสิ่งใด Tel est mon destinJe vais mon cheminAinsi passent mes heuresAu rythme entêtant des battements de mon coeur นี่ละโชคชะตาของฉันฉันมุ่งไปตามทางที่ต้องการช่วงเวลาชีวิตเป็นไปดังนั้นตามจังหวะที่กำหนดโดยการเต้นของหัวใจฉันเอง Des feux d'été je vole aux sombres hiversDes pluies d'automne aux étés indiens Terres gelées aux plus arides désertsJe vais je viens, ce monde est le mien ฉันผ่านทั้งฤดูร้อนอันร้อนแรง ทั้งฤดูหนาวอันหนาวเหน็บทั้งสายฝน ทั้งแสงแดดจากดินแดนอันเยือกแข็ง ไปสู้ทะเลทรายอันแห้งแล้งฉันเดินทางไปมา เพราะโลกนี้เป็นของฉัน Je vis de notes et je vis de lumièreJe virevolte à vos cris, vos mainsLa vie m'emporte au creux de tous ses mystèresJe vois dans vos yeux mes lendemains ฉันมีชีวิตอยู่ด้วยความคิด ด้วยแสงแห่งชีวิตฉันโหยหาเสียงเรียกร้องของคุณๆ โหยหามือที่จะโอบอุ้มชีวิตนำฉันไปสู่ความลำบากตรากตรำแต่กระนั้น ฉันยังมีความหวังทุกครั้งที่มองไปในตาของพวกคุณ Tel est mon destinJe vais mon cheminAinsi passent mes heuresAu rythme entêtant des battements de mon coeur นี่ละโชคชะตาของฉันฉันมุ่งไปตามทางที่ต้องการช่วงเวลาชีวิตเป็นไปดังนั้นตามจังหวะที่กำหนดโดยการเต้นของหัวใจฉันเอง Je vais les routes et je vais les frontièresJe sens, j'écoute, et j'apprends, je voisLe temps s'égoutte au long des fuseaux horairesJe prends, je donne, avais-je le choix? ฉันเลือกเส้นทางของฉัน ไปสู่พรมแดนที่ต้องการฉันรับรู้ รับฟัง เรียนรู้ และเข้าใจเวลาของฉันหมดไปกับการเดินทางในชีวิตฉันเป็นทั้งผู้รับ เป็นทั้งผู้ให้ และไม่ต้องการทางเลือกใดๆ Je prends le blues aux signaux des répondeursJe prends la peine aux aéroportsJe vis l'amour à des kilomètres ailleursEt le bonheur à mon téléphone ฉันยอมรับความหมองหม่นทั้งหลายได้ฉันทนความเศร้าต่างๆ อย่างไม่ท้อถอยเพราะฉันรู้ดีว่ามีรักคอยอยู่บนหนทางความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ยังคงมีให้พบเจอ Tel est mon destinJe vais mon cheminAinsi passent mes heuresAu rythme entêtant des battements de mon coeur นี่ละโชคชะตาของฉันฉันมุ่งไปตามทางที่ต้องการช่วงเวลาชีวิตเป็นไปดังนั้นตามจังหวะที่กำหนดโดยการเต้นของหัวใจฉันเอง 13 Tellement J'ai D'amour Pour Toi Tu m'as ouvert les yeuxTu as guidé mes jeuxDis-moi ce que tu veuxJe t'aimerai toujoursTellement j'ai d'amour pour toi แม่คือผู้ทำให้ฉันได้ลืมตาดูโลกแม่คอยชี้นำทางชีวิตฉันทำเพื่อแม่ได้ทุกอย่างฉันจะรักแม่ตลอดไปเพราะฉันเต็มไปด้วยรักสำหรับแม่ Toi mon premier sourireMon premier souvenirToi qui m'a vu grandirMes bras sont bien trop courtsTellement j'ai d'amour pour toi แม่คือรอยยิ้มแรกในชีวิตคือความทรงจำอันแรกในใจแม่คอยเฝ้าดูฉันเติบโตอ้อมแขนฉันช่างแคบนักเพราะฉันเต็มไปด้วยรักสำหรับแม่ Ma vie est faite de tes yeux posés sur moiEt quand plus rien ne vaJe n'ai pas trouvé mieux que le son de ta voix ชีวิตฉันมีความหมายด้วยสายตาของแม่ที่คอยเฝ้ามองและยามใดที่ฉันสับสนไม่มีอะไรทำให้ฉันรู้สึกดีได้เท่ากับเสียงของแม่ Toi mon puits de sagesseMon bâton de jeunesseMa source de tendresseTu es mon seul recoursTellement j'ai d'amour pour toi แม่คือบ่อน้ำแห่งปัญญาคือหลักของช่วงชีวิตวัยเยาว์คือแหล่งของความอ่อนโยนแม่คือที่พักพิงแห่งเดียวของฉันในใจฉันเต็มไปด้วยรักสำหรับแม่ Et pourtant tu le saisUn jour je m'en iraiMais jamais tout à faitJe reviendrai toujoursTellement j'ai d'amour pour toi และเราก็รู้ดีว่าถึงอย่างไรวันหนึ่งฉันคงต้องจากไปแต่ไม่มีวันที่ฉันจะจากไปจริงๆฉันจะคอยกลับมาสู่อ้อมกอดแม่เสมอเพราะฉันเต็มไปด้วยรักสำหรับแม่ Je donnerai la vie avec cette chansonÀ la petite fille qui portera ton nomTellement j'ai d'amour pour toi ด้วยเพลงนี้ ฉันขอมอบชีวิตให้กับหญิงซึ่งเป็นผู้ให้ชื่อกับฉันฉันเต็มไปด้วยรักสำหรับแม่ Maman j'ai besoin de tes yeux posés sur moiTu es ce que je croisEt ce que j'ai de mieux et accompagne-moiIl peut couler du temps sur tes cheveux d'argentJe serai une enfant jusqu'à mon dernier jourTellement j'ai d'amour pour toi แม่จ๋า ลูกต้องการเห็นสายตาของแม่ที่คอยเฝ้ามองลูกแม่คือสิ่งที่ลูกเชื่อเสมอและเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ได้โปรดนำทางลูกด้วยวันหนึ่งคงมาถึง เมื่อแม่แก่ชราแต่ยังไงลูกก็ยังเป็นลูกตลอดไปจนวันสุดท้ายของชีวิตลูกเพราะลูกเต็มไปด้วยรักสำหรับแม่ J'ai tellement d'amour pour toi ฉันเต็มไปด้วยรักสำหรับแม่ 14 Ma Nouvelle France Mon bel amour, mon bel amantJ'arrive au bout de tous mes tourmentsCes quelques mots du fond de ma prisonT'atteindront-ils un jour? ที่รักของฉันในที่สุดฉันก็เดินทางมาถึงจุดหักเหถ้อยคำที่เหมือนจะอยู่ลึกในที่จองจำของฉันมันจะรอให้ฉันไปพบเจอในวันหนึ่งหรือไม่ Garde ton corps tout contre moiSerre-moi très fort pour la derni่re foisTon souffle chaud brûle encore sur ma peauComme au premier jour ช่วยคอยอยู่ข้างกายฉันโอบกอดฉันให้แน่นเป็นครั้งสุดท้ายลมหายใจอันอบอุ่นของเธอยังคงทำให้ฉันรู้สึกดีเฉกเช่นเมื่อวันแรกของเรา Tu m'as donné l'amourIl sera ma lumi่reJe l'emporte en moiEt quand j'aurai trop froidIl me réchauffera sous la terre เธอได้เคยให้ความรักกับฉันและเธอก็จะยังคงเป็นแสงที่นำทางฉันจะเก็บมันไว้ตลอดไปและยามใดที่ฉันหนาวเหน็บความรักที่เธอให้ไว้จะทำให้ฉันอบอุ่นขึ้นมาได้บนโลกใบนี้ (Quand je ferme les yeux, je vous vois)(Quand je les ouvre, je vous cherche) (เมื่อยามฉันหลับตาลง ฉันยังคงเห็นภาพเธอ)(เมื่อฉันลืมตา ฉันกลับต้องค้นหาเธอ) Et toi, ma belle enfantJe n'aurai eu le tempsQue de te montrer le mot 'amour'Quand j'aurai survolé le ventQuand j'aurai traversé le néantPour me trouver devant le grand géantJe veillerai sur toi และเธอล่ะ ลูกน้อยที่รักของฉันรู้มั้ยฉันจะใช้เวลาของฉันเพื่อแสดงให้เธอเห็นว่ารักคืออะไรและเมื่อฉันออกโบยบินไปและเมื่อฉันได้ข้ามผ่านความว่างเปล่าเพื่อที่จะได้พบกับตัวฉันอันยิ่งใหญ่ฉันจะคอยคุ้มครองเธอเอง Je t'ai donné le jourSouviens-toi de ta mèreSurtout n'oublie pasLes violences de l'amourSont égales aux violences de la guerre ฉันมอบวันเวลาของฉันให้เธอจงจดจำแม่คนนี้ไว้และอย่าได้หลงลืมว่าความรุนแรงของรักเทียบได้กับความรุนแรงของสงคราม Adieu, mon tendre amantMa douce enfantMes deux amoursAdieu mon beau paysAdieu ma Nouvelle-France ลาก่อน ที่รักของฉันเด็กน้อยอันอ่อยโยนที่รักทั้งสองของฉันลาก่อนดินแดนที่ฉันรักลาก่อนดินแดนฝรั่งเศสแห่งใหม่ของฉัน 15 Les Derniers Seront Les Premiers (duet with Jean-Jacques Goldman) Quand marcher sans autre butPlus de passé demain fourbuDans le néant du froid de la rue เมื่อเดินไปอย่างมีจุดหมายแน่นอนปราศจากอดีต มีแต่อนาคตที่ต้องพบเจอใต้แสงไฟส่องทางอันหนาวเหน็บ Quand les mots n'existent plusQuand l'espérance oubliée, dissolueQuand les alcools même ne saoûlent plusRestent les phrases écorchéesDe ces phrases qu'on jette avant de renoncer เมื่อความหมายของคำพูดใดๆ ไม่มีอยู่จริงเมื่อความหวังถูกหลงลืม ไม่ใส่ใจเมื่อแม้แต่สุราก็ไม่ทำให้เมาได้คำพูดกลับทำให้รู้สึกรำคาญประโยคต่างๆ ที่พูดออกไปก่อนจะยอมแพ้ Les derniers seront les premiersDans l'autre réalitéNous serons princes d'éternité สิ่งสุดท้ายทั้งหลายกลับกลายเป็นสิ่งแรกๆในความเป็นจริงที่อยู่อีกด้านเราคงเป็นเจ้าแห่งความนิรันดร์ Un billet sur le trottoirDans un journal d'autres histoiresUn rayon de soleil au hasard ธนบัตรบนทางเท้าไม่มีใครสนใจเรื่องราวในหนังสือพิมพ์เปลี่ยนไปเรื่อยๆบางครั้งแสงแดดก็สาดส่องมาอย่างที่เราไมาได้คาดคิด Une fleur abandonnéeCe que les autres ont laissé de côtéPlus assez neuf, plus assezQuand ta place est au-dehorsNe reste que ces phrases comme île au trésor ดอกไม้ที่ถูกทอดทิ้งสิ่งต่างๆ ซึ่งคนอื่นๆ ละทิ้งไว้ข้างทางไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรพอเพียงและเมื่อที่ของเธออยู่ข้างนอกนั่น ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรานิ่งเสีย อย่าพูดอะไรออกมาน่าจะดีที่สุด Les derniers seront les premiersDans l'autre réalitéNous serons princes d'éternité สิ่งสุดท้ายทั้งหลายกลับกลายเป็นสิ่งแรกๆ ทุกอย่างที่เราคิดอาจกลับกลายเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามในความเป็นจริงที่อยู่อีกด้านเราคงเป็นเจ้าแห่งความนิรันดร์ 16 Ce N'etait Qu'un Reve Dans un grand jardin enchantéTout à coup je me suis retrouvéeUne harpe des violons jouaientDes anges au ciel me souriaientLe vent faisait chanter l'été ทันใดนั้นเองฉันก็พบว่าตังเองอยู่ในสวนอันเต็มไปด้วยความงามมีทั้งพิณ ทั้งไวโอลินคอยบรรเลงกล่อมบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเหล่าเทวดาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสายลมช่างน่าพิศมัยและชวนให้ขับร้อง Je marchais d'un pas si légerSur un tapis aux pétales de rosesUne colombe sur mon épauleDans chaque main une hirondelleDes papillons couleurs pastel ฉันค่อยๆ ย่างกรายไปบนพืนพรมโรยด้วยกลีบกุหลาบบนไหล่มีนกพิราบขาวในมือแต่ละข้างมีนกนางนวลรอบกายเต็มไปด้วยเหล่าผีเสื้อแสนสวย Ce n'était qu'un rêveCe n'était qu'un rêveMais si beau qu'il était vraiComme un jour qui se lèveCe n'était qu'un rêveUn sourire sur mes lèvresUn sourire que j'ai gardéAu-delà de mon rêve มันก็เพียงแค่ความฝันฉันเพียงฝันไปเท่านั้นแต่มันช่างงดงามดูเหมือนจริงซะเหลือเกินดุจดังแสงของตะวันยามรุ่งเช้ามันก็เพียงแค่ความฝันรอยยิ้มบนริมฝีปากของฉันรอยยิ้มที่ฉันได้เก็บไว้ในความฝันของฉัน Le soleil et ses rayons d'orLes fleurs dansaient sur un même accordDes chevaux blancs avec des ailesSemblaient vouloir toucher le cielVraiment j'étais au pays des fées ดวงตะวันทอแสงสีทองเหล่าไม่ดอกส่ายไหวไปอย่างเป็นจังหวะรับกันม้าขาวมีปีกโผบินดูเหมือนพวกมันจะบินไปจนสัมผัสท้องฟ้าได้นี่ฉันอยู่ในดินแดงแห่งเทพนิยายอย่างแน่แท้ Ce n'était qu'un rêveCe n'était qu'un rêveMais si beau qu'il était vraiComme un jour qui se lèveCe n'était qu'un rêveUn sourire sur mes lèvresUn sourire que j'ai gardéAu-delà de mon rêve มันก็เพียงแค่ความฝันฉันเพียงฝันไปเท่านั้นแต่มันช่างงดงามดูเหมือนจริงซะเหลือเกินดุจดังแสงของตะวันยามรุ่งเช้ามันก็เพียงแค่ความฝันรอยยิ้มบนริมฝีปากของฉันรอยยิ้มที่ฉันได้เก็บไว้ในความฝันของฉัน Ce n'était qu'un rêveฉันเพียงฝันไปเท่านั้น Quote " Let my lusts be my ruin, then, since all else is a fake and a mockery ".
nattongtep Posted February 15, 2006 at 01:00 PM Posted February 15, 2006 at 01:00 PM ขอบคุณครับผม Quote
nattongtep Posted February 15, 2006 at 03:06 PM Posted February 15, 2006 at 03:06 PM เพลงที่ 8-9-10 ไม่มีอะครับ Quote
wotdaheck Posted February 15, 2006 at 04:25 PM Author Posted February 15, 2006 at 04:25 PM 8 Les Chemins De Ma Maison Si j'écrivais le livre de ma vieJe parlerais de mon amie MadeleineQue j'ai vue rire et pleurer à la foisUn matin en sortant de chez moi ถ้าฉันมีโอกาสได้เขียนเรื่องราวซักเรื่องฉันคงจะพูดถึงเพื่อนคนหนึ่งของฉันที่ชื่อ มาเดอแลนซึ่งฉันเคยเห็นเธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในเช้าวันหนึ่งซึ่งฉันกำลังออกจากบ้าน Ce qu'elle a ditJe ne l'oublierai pas"Que Dieu bénisse ta maison!"M'a dit Madeleine สิ่งที่เธอได้บอกไว้ฉันไม่มีวันลืมได้เธอบอกไว้ว่า"ครอบครวเธอช่างโชคดีเหลือเกิน" Et moi j'ai compris la chanceQue le ciel m'avait donn้eDe naître où les caresses sentent bonSi je dois courir le mondeMes pas me ramènerontToujours sur les chemins de ma maison และฉันก็เข้าใจดีถึงสิ่งที่ฉันมีสิ่งนี้ซึ่งฟ้าประทานมาให้ที่ได้เกิดในที่ๆเต็มไปด้วยความอบอุ่นแห่งนี้หากว่าฉันมีอันต้องท่องไปทั่วโลกแต่ะก้าวของฉันจะต้องนำฉันกลับมามาสู่เส้นทางที่นำไปยังบ้านฉันทุกครั้งไป C'est là que j'ai grandiLà qu'on m'a aiméeLà que j'ai couruLà que j'ai chantéL'odeur du feu d' boisLa chaleur du bon painMon dieu, mon dieu ที่นั่นเองที่ฉันได้เติบโตขึ้นมาที่นั่นเองที่ฉันได้รับรักจากทุกคนที่ที่ฉันเคยได้วิ่งเล่นที่ที่ฉันเคยได้ร้องเพลงกลิ่นหอบอันอบอวนของเปลวไฟอันอบอุ่นในบ้านความอบอุ่นจากสิ่งที่เคยได้ทานโอ้ พระเจ้า ขอบคุณท่านเหลือเกิน Si j'écrivais le livre de ma vieIl s'ouvrirait avec le coeurDe ceux qui m'aiment ถ้าหากฉันต้องเขียนเรื่องราวชีวิตฉันมันจะต้องเป็นเรื่องรางที่เปิดเผยด้วยใจเรื่องราวของผู้คนที่รักฉัน Tous ceux qui aussi veulent faireEn se levant chaque jourUn monde où les caresses sentent bonCeux qui sont dans mes prièresEt tous ceux qui m'attendrontToujours sur les chemins de ma maison และทุกๆ คนซึ่งปรารถนาที่จะทำให้ทุกๆ เช้าที่เราตื่นขึ้นมาเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นทุกๆ คนที่ฉันเฝ้าสวดมนต์ให้และทุกๆ คนที่รอคอยฉันอยู่จะรอคอยฉันอยู่บนเส้นทางสู่บ้านของฉันเสมอ Sur les chemins de ma maisonSur les chemins de ma maison บนเส้นทางสู่บ้านอันแสนสุขของฉัน 9 Ne Partez Pas Sans Moi Vous qui cherchez l'étoileVous qui vivez un rêveVous, héros de l'espaceAu coeur plus grand que la terreVous, donnez-moi ma chanceEmmenez-moi loin d'ici คุณ ผู้ซึ่งตามหาดวงดาวคุณ ผู้ซึ่งมีฝันคุณ ผู้เป็นวีรบุรุษแห่งห้วงอวกาศผู้ที่มีหัวใจกว้างใหญ่เทียบเท่าผืนพิภพคุณทั้งหลาย ได้โปรดให้โอกาสนี้กับฉันพาฉันท่องไป ไปให้ไกลเท่าที่ใจปรารถนา Ne partez pas sans moi, laissez-moi vous suivreVous qui volez vers d'autres vies, laissez-moi vivreLa plus belle aventure, les plus beaux voyagesQui mènent un jour sur des soleils, sur des planètes d'amour อย่าจากไปโดยไม่มีฉันโปรดให้ฉันได้ติดตามไปด้วยเถิดพวกคุณทั้งหลายที่กำลังโบยบินไปยังชีวิตใหม่ๆ โปรดให้ฉันได้มีชีวิตใหม่นั้นด้วยเถิดพาฉันไปยังการจญภันอันสวยงาม การเดินทางที่แสนประทับใจที่จะพาเราไปถึงยังดวงดาวแห่งความฝันในวันหนึ่ง ไปยังดวงดามแห่งความรัก Vous, les nouveaux poètesVous, les oiseaux magiquesVous, vous allez peut-être trouverDe nouvelles musiquesVous, donnez-moi ma chanceJe veux chanter, moi aussi คุณ นักกวีรุ่นใหม่ทั้งหลายคุณ ผู้เป็นเสมือนนกแห่งความหมัศจรรย์พวกคุณอาจเป็นคนที่คิดค้นท่วงทำนองดนตรีใหม่ๆให้กับโลกคุณทั้งหลาย ได้โปรดให้โอกาสนี้กับฉันฉันอยากได้ขับร้องท่วงทำนอนนั้น Ne partez pas sans moi, laissez-moi vous suivreVous qui volez vers d'autres vies, laissez-moi vivreLe bleu de l'infini, la joie d'être libreSur des rayons, sur des soleilsSur des chansons, sur des merveillesEt dans un ciel d'amour อย่าจากไปโดยไม่มีฉันโปรดให้ฉันได้ติดตามไปด้วยเถิดพวกคุณทั้งหลายที่กำลังโบยบินไปยังชีวิตใหม่ๆ โปรดให้ฉันได้มีชีวิตใหม่นั้นด้วยเถิดไปยังท้องฟ้าอันไม่รู้จบ ที่เปรียบเสมือนความสุขของการเป็นอิสระไปบนแสงตะวันทุกเส้นไปบนเสียงเพลง บนสิ่งหมัศจรรย์ทั้งหลายและไปบนฟากฟ้าแห่งรัก Le bleu de l'infini, la joie d'être libreVous qui cherchez une autre vieVous qui volez vers l'an 2 000 (deux mille)Ne partez pas sans moi ท้องฟ้าอันไม่รู้จบ ความปิติแห่งอิสระพวกคุณทั้งหลายที่กำลังค้นหาชีวิตใหม่พวกคุณทั้งหลายที่กำลังโบยบินสู้ปีสองพัน (สู่อนาคต คือเพลงนี้นานแล้วน่ะครัย ตอนนั้นพูดถึงปีสองพัน millenium นี่คงเป็นอะไรที่เดิ้ลมากๆ)ให้ฉันได้ติดตามไปด้วยเถิด (โดยรวมเพลงนี้หมายถึงจินตนาการของมนุษย์เราที่ไม่มมีวันจบสิ้น ที่ฝันไว้ว่าจะทำอะไรก็จะมีแรงผลักดันให้ทำได้ในที่สุด อย่าหยุดนิ่ง keep on dreaming) 10 Je Ne Veux Pas Douceur d'un ciel d'AmériqueRêveur comme une musiqueJ'oublie déjà que tu es tout en pleursC'est déjà novembre sans toi ท้องฟ้าแห่งอเมริกาอันอ่อนโยนเฝ้าฝันดุจดังเป็นทำนองดนตรีฉันได้ลืมไปแล้วว่าเธอเคยเศร้าแต่ตอนนี้มันก็ใกล้เดือนพฟศจิกายนแล้ว เธอก็ยังไม่มา Je ne veux pas que tu te moques de moiNon, je ne le veux pasJe ne veux pas que tu sois bienQuand je suis loin de tes bras ฉันไม่ต้องการไม่ต้องการให้เธอล้อเล่นกับฉันแบบนี้ฉันไม่ต้องการให้เธอรู้สึกปกติดีในยามที่เธออยู่ห่างไกลจากอ้อมกอดของฉัน Promesses dans le ventPoésies sans rimesFumée sans flamesC'est déjà novembre ดุจคำมั่นสัญญาในสายลมดั่งบทกวีไร้ซึ่งท่วงทำนองอันสอดคล้องคุจควันอันไร้เปลวไฟนี่มันก็ล่วงเลยมาถึงเดือนพฤศจิกายนแล้ว Frissons des yeux d'aquarellePassion de polichinelleTout ce bonheur que je croyais prendreC'est déjà novembre sans toi ความสั่นสะท้านจากสายตาอันน่าเคลิบเคลิ้มความน่าหลงไหลในสิ่งที่ดูไม่มั่นคงความสุขเหล่านี้ที่ฉันเคยเชื่อว่ามีอยู่กับฉันแต่นี่มันก็ล่วงเลยมาถึงเดือนพฤศจิกายนแล้ว โดยไร้ซึ่งเธอ Je ne veux pas que tu te moques de moiNon, je ne le veux pasJe ne veux pas que tu sois bienQuand je suis loin de tes bras ฉันไม่ต้องการไม่ต้องการให้เธอทำเป็นเล่นกับฉันแบบนี้ฉันไม่ต้องการให้เธอรู้สึกปกติดีในยามที่เธออยู่ห่างไกลจากอ้อมกอดของฉัน Je ne veux pas que tu sois bienQuand je suis loin de tes bras ฉันไม่ต้องการให้เธอรู้สึกดีในยามที่เธออยู่ห่างไกลจากอ้อมกอดของฉัน Nous deux c'était ...Comment se comprendreTu parlais tropEt c'est déjà novembre เราสองไม่เคยเป็นเช่นนั้นทำอย่างไรถึงจะเข้าใจกันบางครั้งเธอก็พูดพร่ำเพรื่อและนี่มันก็ล่วงเลยมาถึงเดือนที่รอคอยแล้ว Je ne veux pas ... Quote " Let my lusts be my ruin, then, since all else is a fake and a mockery ".
adore2celine Posted February 15, 2006 at 04:52 PM Posted February 15, 2006 at 04:52 PM โอ้โห เก่งสุดๆอ่ะ ขอบคุณมากนะครับ หลังจากที่แค่ฟังมานาน ในที่สุดวันนี้ก็ได้รู้ความหมายซักที Quote
pom Posted February 16, 2006 at 10:10 AM Posted February 16, 2006 at 10:10 AM ขอบคุณค่ะมาสเตอร์!!!! Quote
nattongtep Posted February 16, 2006 at 02:56 PM Posted February 16, 2006 at 02:56 PM ขอบคุณครับ Quote
Recommended Posts
Join the conversation
You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.